ผมไม่รู้จักกับกลุ่มวนชัยมาก่อน และไม่เคยพบคุณสมพร สหวัฒน์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มวนชัย

เมื่อหลายเดือนที่แล้วผมมีโอกาสบรรยายเรื่อง “คิดให้เป็นแกะดํา” ให้กับบริษัทเพลินวานที่ก่อตั้งโดยคุณภัทรา สหวัฒน์ ซึ่งเป็นลูกสาวของคุณสมพร จึงได้รับรู้ประวัติของคุณสมพร เห็นถึงพลังของความคิดริเริ่ม และความมุ่งมั่นของคุณสมพรในการบุกเบิกสิ่งใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมไม้ในบ้านเรา ผมจึงขออนุญาตคุณภัทรานําประวัติของคุณพ่อมาลงในบทความนี้

ก่อนอื่นผมต้องเล่าให้ฟังว่าคุณสมพรได้เสียชีวิตเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เรื่องราวที่ผมเขียนจึงมาจากข้อมูลที่ผมได้คุยกับคุณยุพาพร บุญเกตุ ภรรยาของคุณสมพร และคุณภัทรา สหวัฒน์ และขอขอบคุณบุคคลทั้งสองที่เล่าเรื่องราวของคุณสมพรซึ่งจะเป็นประโยชน์กับการรับรู้ของสังคม

คุณสมพร สหวัฒน์เริ่มต้นชีวิตการทํางานโดยทําโรงเลื่อยที่พระราม 6 ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีของชีวิต ทําให้คุณสมพรได้เรียนรู้กระบวนการทําไม้ครบวงจร และจุดประกายความคิดให้ทําธุรกิจของตัวเอง เขามองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองข้าม โดยการทําก้านไม้ขีด เป็นธุรกิจเล็กๆ แต่ให้ประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่

ในปี 2513 คุณสมพรก่อตั้งห้างหุ้นส่วนจํากัด สยามผลิตภัณฑ์ เพื่อผลิตไม้อัดสลับชั้น สําหรับทําลังใบยาสูบ ส่งไปเชียงใหม่ ในปี 2516 คุณสมพรก่อตั้งบริษัท วนชัยไม้อัด จํากัด เพื่อผลิตแผ่นไม้อัด ซึ่งในยุคนั้นการผลิตไม้อัดยังอยู่ในวงแคบมาก คุณสมพรบุกเบิกทําตลาดไม้อัด และขายได้ดีมาก

คุณยุพาพร และคุณภัทราเล่าให้ฟังว่าคุณสมพรเป็นคนที่รักในการเรียนรู้มาก อ่านหนังสือทุกประเภท อ่านแม้กระทั่งนิตยสารของวงการบันเทิง อ่านทั้งเนื้อหารวมถึงโฆษณาด้วย อีกประการหนึ่งคุณสมพรมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง ทําให้มีโลกทรรศน์ทั้งมุมกว้างและเจาะลึก

จากการบอกเล่าผมรู้สึกว่าคุณสมพรทําตัวเองเสมือนหนึ่งเป็นฟองน้ำที่ดูดซับสิ่งมีประโยชน์ที่อยู่รอบตัว แต่ไม่เพียงเท่านั้นเขานําไปคิด แล้วทําให้เขามองเห็นอนาคตที่คนอื่นอาจจะมองไม่เห็น คุณสมพรคิดการณ์ไกล มองเห็นว่าทรัพยากรจากไม้ธรรมชาติมีวันที่จะหมดไป จึงคิดค้นผลิตภัณฑ์ไม้ที่เป็นทางเลือกที่ทําให้สามารถสร้างประโยชน์จากวัสดุธรรมชาติได้สูงสุด

นี่คือที่มาของผลิตภัณฑ์แผ่น Particle board ที่คุณสมพรคิดค้นและผลิตเป็นคนแรกในประเทศไทย เพื่อทดแทนไม้จากธรรมชาติ

คุณสมพรจึงเริ่มต้นศึกษาด้วยตนเองที่จะใช้ไม้ยางพารามาเป็นวัตถุดิบในการผลิตแผ่น Particle board แล้วพบว่าวงจรการใช้งานของต้นยางพารา เมื่อหมดอายุการให้น้ำยางแล้ว ชาวบ้านจะนําไม้มาเผาเป็นถ่าน ซึ่งเกิดความสูญเปล่า คุณสมพรมองเห็นว่านี่เป็นโอกาสทางธุรกิจ จึงลงมือพัฒนากระบวนการผลิตแผ่น Particle board จากเศษไม้ยางพารา จนประสบความสําเร็จ ถือได้ว่าเป็นคนแรกในโลกที่นําไม้ยางพารา เป็นวัตถุดิบมาผลิตแผ่น Particle board

ไม้ Particle board ไม่ใช่ของใหม่ในโลก แต่ในต่างประเทศเขาจะทําจากไม้สน ไม่ใช่ไม้ยางพารา

ถึงแม้จะประสบความสําเร็จในการผลิต แต่คุณสมพรยังมีปัญหาในการทําตลาด เพราะวงการไม้ไม่คุ้นเคยกับแผ่น Particle board ซึ่งเป็นของใหม่มาก

ฟังแล้วคุ้นไหมครับกับสังคมไทยที่รักวงจรของการทําซ้ำ ทําอะไรที่คุ้นเคย และปฏิเสธความคิดริเริ่ม

คุณสมพรจึงต้องลงทุนตั้งโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์จากแผ่น Particle board เพื่อเป็นโครงการนําร่องให้ลูกค้าเห็นว่าแผ่น Particle board มีคุณประโยชน์จริง และได้รับความนิยมเป็นอย่างดี ทําให้ตลาดแผ่น Particle board มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและกลุ่มวนชัยเป็นผู้นําตลาดนับตั้งแต่นั้นมา


ด้วยความเป็นคนไม่หยุดนิ่ง คุณสมพรยังเป็นคนบุกเบิกผลิตแผ่น MDF หรือแผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นปานกลางโดยผลิตจากไม้ยางพารา จนในปัจจุบันกลุ่มวนชัยเป็นผู้ผลิตแผ่น Particle board รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาค Asia Pacific

ด้วยความเป็นนักพัฒนา คุณสมพรบุกเบิกสิ่งใหม่ๆ ด้วยการทํา Vertical integration ให้กับธุรกิจของกลุ่มวนชัย ตัวอย่างเช่นการปลูกป่ายูคาลิปตัสจํานวนกว่าล้านต้นเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบ สร้างโรงงานผลิตกาวใช้ในการอัดไม้

คุณยุพาพรเล่าว่า คุณสมพรนอกจากเป็นคนทันสมัย ทําอะไรก่อนคนอื่นอยู่เสมอ ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่เป็น คนกล้าเสี่ยง ในยุคที่ประเทศไทยลดค่าเงินบาท คุณสมพรตัดสินใจขยายโรงงานซึ่งสวนทางกับภาวะการ ลงทุนของประเทศ และการตัดสินใจครั้งนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทําให้กลุ่มวนชัยมีความก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

ปัจจุบันกลุ่มวนชัยมีโรงงานทั้งหมด 5 โรงงานที่ ปทุมธานี ระยอง บ้านบึง สุราษฎร์ธานี สระบุรี จนเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท ทั้งหมดเกิดขึ้นได้ เพราะคุณสมพรชอบมองอนาคต มากกว่าอดีต ชอบสร้างสิ่งใหม่ๆ มากกว่าการเดินตาม มองภาพใหญ่ทะลุแล้วนํารายละเอียดมาเชื่อมต่อได้ เป็นคนกล้าเสี่ยงอย่างมีเหตุและผล ที่พิเศษไปกว่านั้นผมรู้สึกว่าคุณสมพรเป็นคนที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ความยุติธรรม คิดดีและทําดี

ในหนังสืองานศพของคุณสมพรเล่าว่า คุณสมพรใช้รถยนต์ประจําตําแหน่งของตนเอง โดยออกเงินซื้อเอง ทั้งๆ ที่ตนเองเป็นประธานบริษัท เพราะคุณสมพรไม่ต้องการเอาเปรียบผู้ถือหุ้น ในช่วงที่บริษัทเกิดวิกฤต คุณสมพรก็ไม่ขอรับเงินเดือน แม้ในช่วงสุดท้ายของชีวิตที่ป่วยก็ไม่เบิกค่ารักษาพยาบาลจากทางบริษัท ทั้งๆ ที่มีสิทธิที่จะทําได้

ผมจึงมีความเห็นว่าคุณสมพร สหวัฒน์เป็นตัวอย่างของคําว่า “แกะดําทําธุรกิจ” ที่มีคุณสมบัติในการทําธุรกิจ อยู่ 6 ข้อด้วยกัน

1. เป็นธุรกิจที่เดินนําหน้า ทําอะไรเป็นคนแรก สร้าง Value shift ให้กับวงการที่ไม่เคยมีมาก่อน

2. ใช้ความคิดสร้างสรรค์ สร้างไอเดียของธุรกิจที่แตกต่างอย่างมีเหตุและผล

3. เป็นธุรกิจที่ดื่มด่ำในคําว่าคุณภาพ

4. ใช้ความรู้สึกเป็นตัวนําทาง ความรู้สึกบอกถึงความเป็นไปได้ ความรู้สึกทําให้คุณมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น เป็นเข็มทิศทางธุรกิจที่อธิบายด้วยเหตุผลไม่ได้

5. บริหารธุรกิจด้วยสามัญสํานึกไม่ใช้กฎเป็นนายของการทํางาน

6. มีคุณธรรมในการทําธุรกิจ

ผลงานของความเป็นนักสร้างของคุณสมพรทําให้กลุ่มวนชัยเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียที่เป็นผู้ผลิตไม้ในลักษณะ Wood based panel ทําให้ประเทศไทยสามารถลดการนําเข้าไม้จากต่างประเทศ

และผมเชื่อว่าคนที่จะมองอนาคตออก และกล้าทํา เป็นเพราะคนเหล่านั้นไม่ถามคําถามว่า “Why”

แต่จะบอกกับตัวเองว่า “Why Not”




นัดชิงชนะเลิศของฟุตบอลโลกในคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีประเด็นที่น่าสนใจ 2 ประการ

ทีม Flying dutchman เล่นแบบถวายหัว ผู้เล่นทั้ง 11 คนเล่นแบบยอมตายคาสนาม กองหลังเล่นแรงมาก เล่นแบบประกบติด ในขณะเดียวกันเราจะเห็นผู้เล่นกองหน้าอย่าง Robben, Sneijder และ Dirk Kuyt ลงมาช่วยกองหลังเพื่อป้องกันการเสียประตู

ทุกคนเล่นเป็นเครื่องจักร วิ่งสู้ฟัด ไม่มีคําว่าเหนื่อย ที่ต้องยกย่องเป็นกรณีพิเศษคือ Arjen Robben ผู้เล่นตําแหน่งปีกขวาที่เป็นตัวป่วน วิ่งไปทั่วสนาม จนบางครั้งตัวเองหายใจแทบไม่ทัน แววตาของผู้เล่นทุกคนคือใจเกินร้อย มุ่งมั่นที่จะพลิกสถานการณ์เอาชนะทีมที่เหนือกว่า

ผมรู้จักทีม Flying dutchman เป็นครั้งแรกในนัดชิงชนะเลิศของฟุตบอลโลกปี 1978 ที่พวกเขาลงเล่นกับเจ้าบ้านคือทีม Argentina ทําให้ผมเข้าใจถึงความลึกซึ้งว่าจิตวิญญาณของการเป็นนักสู้มีความสําคัญอย่างไร สามสิบสองปีผ่านไปพวกเขายั่งยืนหยัดกับค่านิยมเดิม

ความชาญฉลาดในการวางแผน ผู้จัดการทีมของกังหันสีส้มสร้างแผนยุทธศาสตร์ในการเล่นที่ชาญฉลาดมาก ทําให้สเปนซึ่งมีแต้มต่อพอควร ไม่ได้เหนือกว่าอย่างที่ควรจะเป็น หากขาดการวางแผนที่แหลมคม ผมมั่นใจว่าผลของการแข่งขันจะจบลงด้วยคะแนนที่มากกว่าหนึ่งประตู

ผมเล่าเรื่องนี้เพื่อต้องการสื่อว่า จิตวิญญาณของการเป็นนักสู้และความเป็นนักคิดคือปัจจัยสําคัญที่นํามาถึงซึ่งความสําเร็จให้กับผู้คน ไม่ว่าคุณจะขายก๋วยเตี๋ยว เป็นนายธนาคาร หรือกําลังบริหารประเทศ

ถ้าโชคไม่ช่วยถึงแม้จะแพ้ แต่จะชนะใจคนดูแบบท่วมท้น